
สถิติซื้อขายนักเตะวันสุดท้าย
ตาดีได้ ตาร้ายเสีย เปิดกรุการย้ายทีมช่วงเดดไลน์ซื้อขายนักเตะในยุโรปในอดีตที่ผ่านมา มาดูกันว่า แมวมองทีมไหนเจ๋ง ทีมไหนเจ๊ง กับการลงทุนที่ต้องใช้การตัดสินเพียงเสี้ยววินาที เราลองมาดูกัน…
ซื้อแล้วเปรี้ยง!
เวย์น รูนีย์ (อังกฤษ)
จาก เอฟเวอร์ตัน ไป แมนฯยูไนเต็ด, 31 สิงหาคม ปี 2004
ราคา 20 ล้านปอนด์
เจ้าหนูมหัศจรรย์วัย 18 ปีของเอฟเวอร์ตัน ย้ายไปอยู่กับแมนฯยู ในปี 2004 ซึ่งค่าตัวของเขาก็ถีบสูงขึ้นตลอด 7 ปีที่ผ่านมา และในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะซึ่ง รูนีย์ เซ็นร่วมทีมยูไนเต็ด 6 ปี เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือผีแดง กล่าวว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ผมคิดว่าเราได้ผู้เล่นอายุน้อยที่ดีที่สุดในประเทศนี้ ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา” และตอนนี้ รูนีย์ ก็ได้แชมป์กับแมนฯยู ไปแล้ว 4 สมัย และแชมเปียนส์ ลีก อีก 1 สมัย
ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท (เนเธอร์แลนด์)
จาก เรอัล มาดริด ไป ทอตแนม ฮอทสเปอร์, 31 สิงหาคม ปี 2010
ราคา : 8 ล้านปอนด์

แฮร์รี เรดแนพพ์ กุนซือสเปอร์ส รู้ดีว่าจะทำอย่างไร ในระหว่างช่วงวินาทีสุดท้ายของวันขีดเส้นตายย้ายทีม แต่บางคนก็คิดว่า เขาคงวางมือในการเจรจาต่อรองตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ปีก่อนไปแล้ว เมื่อเขาเซ็นสัญญากับ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท มิดฟิลด์ชาวดัตช์ จากเรอัล มาดริด ในราคา 8 ล้านปอนด์ ดาวเตะที่ไม่เป็นที่ต้องการของ มาดริด และกำลังมองหาตำแหน่งตัวจริงในชีวิตค้าแข้ง ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ตกเป็นข่าวว่า กำลังจะย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิก ในราคา 20 ล้านปอนด์ ไม่กี่วันก่อนที่สเปอร์ส จะคว้าตัวเขาไปครอบครอง แค่สองชั่วโมงก่อนตลาดซื้อขายปิดตัวลง แม้จะมีความกังวลในการรอดูเอกสารว่าจะเสร็จสิ้นทันเวลาหรือไม่ แต่เป็นข่าวดีของแฟน “ไก่เดือยทอง” ที่ทุกอย่างสมบูรณ์ และอนุญาตให้ ฟาน เดอร์ ฟาร์ท สร้างผลงานยิงไป 16 ประตู ในฤดูกาลที่แล้ว และเป็นดาวซัลโวสูงสุดประจำทีมไปโดยปริยาย
แอชลีย์ โคล (อังกฤษ) และ วิลเลียม กัลลาส (ฝรั่งเศส)
ข้อมูล เป็นการแลกตัวกันระหว่าง อาร์เซนอล (โคล) กับ เชลซี (กัลลาส), 31 สิงหาคม ปี 2006
ราคา : อาร์เซนอล ได้รับเงินเพิ่มอีก 5 ล้านปอนด์

หลังจากตกเป็นข่าวหลายสัปดาห์ อาร์เซนอล ตัดสินใจทำข้อตกลงย้ายทีมกับเพื่อนร่วมเมืองลอนดอน ด้วยการแลกตัวกับ กัลลาส พร้อมเงินพิเศษให้กับ “เดอะกันเนอร์ส” อีกก้อนหนึ่ง และแบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ ก็ลงเล่นให้ทีม “สิงห์บลู” ไปแล้วถึง 217 เกม พร้อมพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, เอฟเอคัพ, คาร์ลิ่ง คัพ รวมกันหลายสมัย ขณะที่ กัลลาส อยู่กับ “ปืนใหญ่”4 ฤดูกาล โดยไม่มีแชมป์ติดมือ ก่อนย้ายไปอยู่กับ สเปอร์ส แบบไม่มีค่าตัว เมื่อฤดูกาลก่อน
หลุยส์ ซัวเรซ (อุรุกวัย)
จาก อาแจ๊ก ไป ลิเวอร์พูล, 31 สิงหาคม 2007
ราคา 22.7 ล้านปอนด์

กับข้อเสนอที่เชลซี ขอซื้อตัว เฟอร์นานโด ตอร์เรส จากลิเวอร์พูล ในราคา 50 ล้านปอนด์ ทัพ “หงส์แดง” ก็นำเงินจำนวนนี้ ไปซื้อ หลุยส์ ซัวเรซ จาก อาแจ๊กซ์ ในราคา 22.7 ล้านปอนด์ และประกาศการซื้อขาย ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 หลังจาก เวิร์คเพอร์มิตของ ซัวเรซ ผ่านฉลุย ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย ก็สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก และยังคงทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต่างจากที่เคยทำไว้กับ อาแจ๊กซ์ และในฤดูกานี้ ซัวเรซ ยิงไปแล้ว 2 ประตู ในเกมลีก และด้วยฟอร์มแบบนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้เขากระหน่ำประตูให้กับลิเวอร์พูล ได้ต่อไปอีก
แดนนี เมอร์ฟี (อังกฤษ)
จาก สเปอร์ส ไป ฟูแลม, 31 สิงหาคม 2007
ข้อมูล ยืมตัว 1 ปี

หลังจากตกเป็นหมาหัวเน่าภายใต้การคุมทัพของฆวนเด รามอส ในถิ่นไวท์ฮาร์ทเลน เมอร์ฟี ย้ายไปเล่นให้กับ ฟูแลม ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี ในปี 2007 และในช่วงปลายฤดูกาลนั้น ทีมของ รอย ฮอดจ์สัน กำลังดิ้นลุ้นหนีตกชั้น และประตูสำคัญของ เมอร์ฟี ที่ยิงได้ในนาทีสุดท้ายในการเจอกับ พอร์ทสมัธ ก็ทำให้พวกเขารอดพ้นหล่นไปเล่นในแชมเปียนชิพสำเร็จ จากนั้น ฮอดจ์สัน ตบรางวัล เมอร์ฟี ด้วยการมอบสัญญาถาวรกับทีม พร้อมรับปลอกแขนกัปตันทีม “เจ้าสัวน้อย” ก่อนที่หลังจากนั้น เขาจะนำทีมจากถิ่นคราเวน ค็อกเทน คว้าอันดับ 7 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2008-09 และเข้ารอบชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่าคัพ ในปี 2010
ซื้อแล้วแป้ก!
เฟอร์นานโด ตอร์เรส (สเปน)
จาก ลิเวอร์พูล ไป เชลซี, 31 มกราคม ปี 2011
ราคา 50 ล้านปอนด์
จนถึงบัดนี้ เงิน 50 ล้านปอนด์ของเชลซี ที่ซื้อ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ในช่วงวินาทีสุดท้าย ของตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เมื่ือเดือนม.ค.พวกเขาได้รับรางวัลตอบแทนเพียงแค่หนึ่งประตูในเกมพรีเมียร์ลีกกลับคืนมา ซึ่งนั่นคงไม่มีอะไรต้องอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไปมากกว่านี้ เมื่อผลงานของเขา ต่างกันราวฟ้ากับเหว เมื่อเปรียบเทียบกับการที่ลิเวอร์พูล ได้ตัว ซัวเรซ เข้ามาเสริมทัพ ด้วยเงินก้อนโตจากการขายไปให้กับทีม “สิงห์บลู”
พอล คอนเชสกี (อังกฤษ)
จาก ฟูแลม ไป ลิเวอร์พูล, 31 สิงหาคม 2010
ราคา 4 ล้านปอนด์
แบ็กซ้ายซึ่งถูก รอย ฮอดจ์สัน นำมาอยู่กับลิเวอร์พูล เมื่ือฤดูกาลที่แล้ว ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย ในฐานะนักเตะที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของพวกเขาในตำแหน่งนั้น แม้ว่าเขาได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จสมัยร่วมงานกับผู้จัดการทีมที่เซ็นสัญญาเขา แต่ชีวิตในถิ่นแอนฟิลด์ กลับไม่ง่าย หลังจากที่คอนเชสกี ลงเล่นไปเพียง 18 นัด ก่อนที่จะถูก เคนนี ดัลกลิช กุนซือคนใหม่ บอกว่าเขาเป็นส่วนเกินไปเสียแล้ว ในที่สุด คอนเชสกี ถูกขายไปให้เลสเตอร์ ซิตี้ ในแชมเปียนชิพ ในซัมเมอร์นี้ ด้วยราคาแค่ 1.5 ล้านบาท (75 ล้านบาท)
ฮูลิโอ บาปติสตา (บราซิล)
จาก เรอัล มาดริด ไป อาร์เซนอล
ข้อมูล ส่วนหนึ่งในการยืมตัว โฆเซ อันโตนิโอ เรเยส
เจ้าของฉายา “เดอะบีสต์” บาปติสตา ไม่ได้ทำให้คู่ต่อสู้เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย ระหว่างการเล่นให้กับ อาร์เซนอล เป็นเวลา 1 ปี ในฤดูกาล 2006-07 ดาวยิงแซมบ้าต้องการสัญญาถาวรในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แต่เขาก็ไม่สามารถทำให้อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือชาวเฟรนช์แมน ไว้วางใจได้ จากการยิงไปแค่ 4 ประตู ในเกมคาร์ลิง คัพ ที่แอนฟิลด์ และซัดไปแค่ 3 ประตู ในเกมพรีเมียร์ลีก ก่อนที่เขาจะบินกลับไปยัง มาดริด
ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ (บัลแกเรีย)
จาก สเปอร์ส ไป แมนฯยู, 31 สิงหาคม 2008
ราคา 30.75 ล้านปอนด์
เป็นเหตุการณ์ที่หลายคนยังคงจดจำกันได้ดี ก่อนตลาดซื้อขายปิดทำการ สเปอร์ส ยอมปล่อยตัวนักเตะให้แมนฯยู ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด และ นับตั้งแต่ปี 2008 เบอร์บาตอฟ ยิงไปแค่ 48 ประตู จากการลงเล่นให้ “เรดเดวิลส์” 130 เกม แตกต่างกันลิบสมัยค้าแข้งกับสเปอร์ส และในเกมนัดชิงฯ แชมเปียนส์ลีก ปีที่แล้ว เขาก็ถูกตัดชื่อออกจากทีม ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือผีแดง ไม่เชื่อใจ ศูนย์หน้าค่าตัว 30 กว่าล้านปอนด์ของตัวเองในเกมใหญ่ๆ สำคัญๆ ผิดกับ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ และ แดนนี เวลเบค 2 ดาวรุ่งที่ได้โอกาสแทน และนั่นทำให้ หลายคนเชื่อว่า ดาวยิงบัลแกเรีย พร้อมแล้วที่จะโดนเลหลังในฤดูกาลนี้ แต่อาการบาดเจ็บของเวลเบค ก็ทำให้ท่านเซอร์ คงจำเป็นต้องเก็บเขาไว้อีกซักระยะ
แอนดี ฟาน เดอร์ เมย์เด (เนเธอร์แลนด์)
จาก อินเตอร์ มิลาน ไป เอฟเวอร์ตัน, 31 สิงหาคม 2005
ราคา 2 ล้านปอนด์
มิดฟิลด์ตัวรุกชาวดัตช์ เป็นที่รู้จักดีว่าเป็นนักเตะที่กระดูกเปราะคนหนึ่ง แต่ก็ยังคงสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอล “ทอฟฟี” ได้อยู่ไม่น้อย เมื่อเขามาถึงถิ่นกูดิสัน ปาร์ค ปี 2005 แม้ว่าจะประสบความสำเร็จกับ อาแจ๊กซ์ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ ฟาน เดอร์ เมย์เด ก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเอฟเวอร์ตันเป็นรูปเป็นร่างเลย เนื่องจากอาการเจ็บเรื้อรัง และปัญหาเรื่องวินัย รวมถึงการปฏิเสธที่จะกลับมาซ้อม หลังจาก 4 ปี ในถิ่นเมอร์ซีไซด์ “ทอฟฟี” ตัดสินใจปล่อย ดาวเตะวัย 30 ปี ในปี 2009 ซึ่งเขากลับไปเซ็นสัญญากับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในบ้านเกิด